0 Comments

ไฟฉุกเฉินรถยนต์

เชื่อว่าหากพูดถึงไฟฉุกเฉิน ทุกคนจะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีแน่นอน หรือบางคนอาจจะเรียกกันว่าไฟผ่าหมาก หรือไฟกระพริบ ซึ่งจะมีสัญลักษณ์เป็นรูปสามเหลี่ยมสีแดงอยู่ตรงกลางระหว่างช่องแอร์ทั้งสองฝั่ง สำหรับการใช้ไฟฉุกเฉินนั้น หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่าควรใช้ในกรณีไหนบ้าง บางคนก็อาจจะใช้พร่ำเพรื่อ หรือใช้สุ่มสี่สุ่มห้า ซึ่งในส่วนนี้จะต้องบอกเลยว่า เราควรใช้ไฟฉุกเฉินอย่างถูกต้อง เพราะไม่เช่นนั้นจะก่อให้เกิดอันตรายได้นั่นเอง ดังนั้นมาดูกันเลยว่า กรณีใช้ไฟฉุกเฉินควรใช้ในตอนไหนบ้าง

ใช้ไฟฉุกเฉินแบบผิด ๆ เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุจริงหรือไม่?

เชื่อว่าหลาย ๆ คนจะต้องเกิดคำถามกันอย่างแน่นอนว่า ใช้ไฟฉุกเฉินแบบผิด ๆ เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้จริงหรือไม่ ซึ่งในกรณีนี้จะต้องบอกเลยว่า การใช้ไฟฉุกเฉินแบบผิดจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้จริง ยิ่งในช่วงฝนตกจะยิ่งไม่ควรใช้ไฟฉุกเฉิน หรือแม้แต่ในตอนข้ามแยกก็ตาม เนื่องจากการใช้ไฟฉุกเฉินในลักษณะนี้ จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดจนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ อย่างเช่น ในกรณีฝนตกถนนจะลื่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และเมื่อเราขับขี่รถไปนั้น ละอองของฝนจะเกาะอยู่ตรงกระจกหน้ารถ ส่งผลให้บดบังวิสัยทัศน์ได้มากขึ้น และอาจจะทำให้รถคันอื่น ๆ เข้าใจผิดว่าเปิดไฟเลี้ยวได้ เป็นต้น

ไขข้อสงสัย สถานการณ์ไหนควรใช้ไฟฉุกเฉิน

หลาย ๆ คนที่เพิ่งเป็นมือใหม่หันขับขี่รถยนต์ มักจะเห็นได้เลยว่าบางคันเมื่อจะเลี้ยว หรือในบางครั้งหยุดให้รถคันอื่นไปก่อน ก็จะเปิดไฟฉุกเฉินกันแล้ว จนทำให้หลาย ๆ คนมองว่าไฟฉุกเฉินสามารถเปิดเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งในส่วนนี้จะถือเป็นเรื่องอันตรายอย่างมาก เนื่องจากการเปิดไฟฉุกเฉินแบบผิด ๆ ดังนั้นมาดูกันเลยว่า เราควรเปิดไฟฉุกเฉินในกรณีไหนบ้าง

  • เมื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน: แน่นอนว่าเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นไฟฉุกเฉิน เราจะเปิดได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน อย่างเช่น รถเสียข้างทางจะสามารถใช้ไฟฉุกเฉินได้ เพื่อให้รถคันอื่น ๆ รับรู้ว่ารถของเรากำลังมีปัญหา
  • ต้องเบรกกะทันหัน: หากมีเหตุการณ์ที่ทำให้เราจะต้องเบรกแบบกะทันหัน ก็สามารถใช้ไฟฉุกเฉินได้เช่นเดียวกัน เพื่อเป็นการบอกรถด้านหลังให้ขับขี่ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ และลดความเร็วลงนั่นเอง

การใช้ไฟฉุกเฉินสามารถใช้ได้ไม่ยาก เพียงแต่เราจะต้องทำความเข้าใจว่า ในกรณีไหนสามารถใช้ไฟฉุกเฉินได้ และในกรณีไหนที่ไม่เหมาะกับการใช้ไฟฉุกเฉิน เพื่อขับขี่ได้อย่างปลอดภัยทั้งกับตัวเอง และเพื่อนร่วมท้องถนนด้วยเช่นกัน เพียงเท่านี้เราก็สามารถขับรถได้อย่างปลอดภัยมากที่สุด

Related Posts

ซื้อขายรถ

เทคนิคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้รถขายได้เร็วกว่าเพื่อนบ้าน

การขายรถมือสองให้เร็วกว่าเพื่อนบ้านไม่ใช่เรื่องยาก แค่ปรับรายละเอียดเล็ก ๆ บางอย่างก็สามารถสร้างความแตกต่างและทำให้รถของคุณโดดเด่นในสายตาผู้ซื้อได้ 1. ทำความสะอาดและจัดระเบียบรถ ล้างรถภายนอกและทำความสะอาดภายในให้สะอาดเรียบร้อย จัดอุปกรณ์และของใช้ในรถให้เรียบร้อย ไม่รกหรือเกะกะ ตรวจสภาพเบาะ…

ประกันชั้น 1

ประกันชั้น 1 กับเรื่องราวของค่าเสียหายส่วนแรก

เรียกได้ว่า เป็นแผนความคุ้มครองที่ใคร ๆ ต่างก็ให้ความสนใจกันมาเป็นเวลานาน สำหรับประกันชั้น 1 ที่เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของประกันภัยรถยนต์ที่มอบความคุ้มครองได้ครอบคลุมสูงสุด และให้วงเงินคุ้มครองในจำนวนมากที่สุด เมื่อเทียบกับแผนความคุ้มครองรูปแบบอื่น อย่างไรก็ตาม…

Car Care

 3 วิธีดูแลรถยนต์ที่คุณไม่เคยรู้

รถยนต์ถือเป็นสินทรัพย์อีกอย่างหนึ่งที่เป็นทรัพย์สินที่มีค่าของใครหลายๆ คนเนื่องจากเป็นสินค้าที่มีราคาสูงและเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปทำงานและการใช้ชีวิตของใครหลายๆ คนแต่จะมีกี่คนที่รู้ว่าเมื่อมีรถแล้วควรจะต้องดูแลอย่างไรเพื่อรักษาสภาพรถให้เหมือนใหม่อยู่ตลอดเวลาและสามารถใช้งานได้ในระยะยาววันนี้เราจึงขอมาแนะนำ 3 วิธีการดูแลรถยนต์ที่คุณอาจจะไม่รู้สึกจะมีอะไรบ้างไปเริ่มกันที่ข้อแรกเลยค่ะ หมั่นเช็คลมยางอยู่เสมอสิ่งแรกที่หลายๆคนมักละเลยในการใช้รถนั่นก็คือการตรวจเช็คลมยางหรือการเติมลมยางนั้นเองค่ะอะไรคนอาจจะคิดว่าการขับรถหรือวิ่งในโพสในเมืองนั้น ไม่จำเป็นจะต้องเติมลมยางหรือเช็คลมยางบ่อยเพราะถนนค่อนข้างเรียบและ น่าจะไม่ทำให้ล้อเกิดการรั่วซึมง่ายๆแต่จริงๆแล้วการตรวจเช็คลมยางเป็นประจำและสม่ำเสมอและจะช่วยให้คุณสามารถดูแลสุขภาพของรถยนต์ได้ดีมากขึ้นเพราะหากเกิดปัญหาอะไรกับยางไม่ว่าเป็นยางรั่วซึมหรือยังแข็งเกินไปคุณก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันทีโดยโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุด้วยนั่นเองค่ะ  เติมน้ำมันให้ตรงรุ่น หลายๆคนคงทราบกันดีว่ารถแต่ละประเทศและเครื่องยนต์แต่ละประเภทนั้นก็เหมาะกับการใช้งานน้ำมันหรือเชื้อเพลิงที่แตกต่างกันออกไปยังรถที่มีอายุนานมากกว่า 10…